1

Friday, October 17, 2014

ชี้แจงสำหรับการไม่เคลื่อนไหวของเว็บ


ชี้แจงสำหรับการไม่เคลื่อนไหวของเว็บ ทางผู้เขียนเว็บบล็อกนี้ได้ยกเลิกธุรกิจ mlm Multi-Level Marketing MarketingAffiliate ทั้งหมดที่ทำอยู่ ยิ่งทำไปนานๆเหมือนกับการวิ่งหาตัวเองในเงามืด หรืออีกใน1คือ คล้ายๆหมาล่าเนื้อ ที่ต้องคอยวิ่งไล่ตามเนื้อไปเรื่อยๆ ถ้ามีคนมาพูดว่า การทำงานไม่จำเป็นต้องชวนคนอื่น(เชื่อมึงก้อบ้าล่ะ)ไม่ต้องขายสินค้า(มึงไม่ขายแล้วมึงแดกอะไร)ไม่ต้องง้อใคร(ไม่ง้อหรือง้อไม่ได้) การที่จะทำให้เกิดการซื้อซ้ำหรือจ่ายเงินเพื่อค่าบริการใดๆในเดือนถัดไปยากกว่าการหาคนลงชื่อเข้ามาในทีมงานอีก การทำให้คนเชื่อ การมีความน่าเชื่อถือ ถึงจะทำอยากกว่าอย่างอื่นแต่การทำให้คนในทีมงานจ่ายเงินเพื่อซื้อซ้ำ ในธุระกิจที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในระยะสั้น ยากกว่าซะอีก ความรู้ที่มี สอนทีมงานมากเท่าไร เพื่อให้สร้างท่อส่งน้ำของตัวเอง เพื่อให้เกิด Passive Income ในอนาคต นั้นยากกว่าเข้าไป ในการที่จะทำให้คนๆ1ในทีมงานเข้าใจเพราะคนบางส่วนส่วนในสังคม เป็นอะไรที่ต้องทำง่ายๆได้เงินเยอะๆซึ้งมันไม่ใช่กับวิธีการสร้าง Passive Income ที่ดีเท่าไร หรือมันไม่ยังยืน ไม่ผูกพันไปถึงอนาคต ....นับวันยิ่งทำยิ่งท้อ การซื้อซ้ำไม่เกิดขึ้น มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่ยอดผู้สนใจก้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำงานเพิ่มมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น แต่ไม่มีการซื้อและซื้อซ้ำ เพราะหลายวันบอกว่ามันเหมือนกับการโกหก ที่ว่าไม่มีการชวนคนแล้วที่โปรโมท ในโซเซียล ทั้งหมดน่ะเค้าเรียกว่าอะไร หาผู้สนใจหรอ (นั้นน่ะเค้าเรียกว่าชวน) มันไม่ใช่ มันเป็นการเปลี่ยนค่ำพูดให้ดูดีขึ้นเท่านั้นเอง แต่ความหมายคืออันเดียวกัน.....พอล่ะน่ะ ต่อไปบล็อกดี จะเปลี่ยนไปเขียนเรื่องอื่นที่น่าสนใจล่ะกันน่ะครับ ฝังความหลังเรื่อง
mlm Multi-Level Marketing MarketingAffiliate ทั้งหมดที่บทความนี้ล่ะกันน่ะครับ ถ้าใครผ่านมาอ่านล่ะกำลังคิดที่จะทำ หรือจะลอง คุณพร้อมหรือยังความรู้เกียวกับธุรกิจที่คุณมีเพียงพอที่จะ สอนคนอื่นหรือไม ส่วนตัวผม ไม่มีไม่เพียงพอ ไม่พร้อมที่จะสอนใคร ...มันเหนื่อยล้าและยอมแพ้พร้อมเดินจากไป ไม่ชอบโกหกใคร ไม่อยากหลอกใคร และดีใจที่ไม่มี ใครเสียเงินเพราะงานนี้ ต่อจาก IDผม เท่านั้นผมก้อดีใจล่ะขอบคุณครับ SAHAWUT WATWONG  17/10/2014 15:33.น.

Monday, February 17, 2014

"เคล็ดลับอันดับ #1 ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว


 "เคล็ดลับอันดับ #1
 
       ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว" 
        ..วันนี้ผมมีความรู้ที่สำคัญมากๆ...มาแบ่งปันให้คุณได้เรียนรู้...
โดยที่คุณจะสามารถ....นำไปปรับใช้กับชีวิตของคุณได้ทันที...
และคุณYahoomail อาจจะเห็นผลลัพธ์ได้...ในเวลาไม่นาน..
.
อ่านให้จบนะครับ..เพราะความลับทั้งหลายจะถูกสอดแทรก...
ในทุกตอนของบทความนี้...
 
             
เมื่อหลายปีที่ผ่านมา...
ผมได้ประสบกับความล้มเหลว...ครั้งใหญ่ในชีวิต...
สาเหตุเป็นเพราะว่า...ได้ตัดสินใจลงทุนสร้างธุรกิจเครือข่าย...
..ด้วยเงินเกือบ 6 หลัก...โดยไม่มีประสบการณ์...
ในการสร้าง...และบริหารธุรกิจมาก่อนเลย...
 
เวลาผ่านไป 2 ปีกว่า...
ผลลัพธ์ที่ได้คือ...หมดตัวและเป็นหนี้มากกว่า 200,000 บาท
สาเหตุเพราะ..สร้างรายได้จากการขายของ...
และชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ...ได้ไม่เพียงพอ...
กับรายจ่ายมากมาย...ที่เกิดขึ้นตลอด 2 ปีที่ผ่านมา...
 
เพราะวิธีการทำธุรกิจเครือข่าย...ที่ผมได้รับการสอนมานั้น...
เป็นวิธีแบบเดิมๆ...ที่ต้องใช้ เงิน เวลา และแรงงานมาก...
ผมต้องเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลาและแรงงาน ..แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ที่สำคัญ...ยังจำเป็นที่จะต้องใช้ทักษะในการขายตรง... (พูดง่ายๆก็คือ ขายกันตรงๆเลย) กับกลุ่มผู้มุ่งหวัง...ซึ่งผมไม่มีเลย ซึ่งกลุ่มผู้มุ่งหวังก็คือ...ญาติ..พี่น้อง...เพื่อนฝูง..คนรู้จัก..หรือแม้แต่รายชื่อที่ผมซื้อมานั่นเอง.. ซึ่งผู้ที่จะสร้างผลลัพธ์ได้มากๆ...ในการสร้างธุรกิจแบบนี้นั้น... จำเป็นที่จะต้องมีทักษะที่ดีในด้านต่าง ๆ เช่น 1. การเข้าหาผู้มุ่งหวัง 2. การเปิดฉากการสนทนา 3. การนำเสนอ 4. การเปิดการขาย 5. การโน้มน้าว 6. การปิดการขาย 7. การดูแลหลังการขาย 8. การทำให้ลูกค้าซื้อซ้ำ 9. การทำให้ลูกค้าเปลี่ยนมาเป็นลูกทีม ซึ่งผมเองไม่มีทักษะเหล่านี้เลย...ไม่เคยขายของ...ไม่เคยชวนคน... แต่ต้องสร้างธุรกิจด้วยการ...พยายามเข้าหาคน... และโน้มน้าวใจคนให้ได้ตั้งแต่วันแรก...ที่ลงมือทำธุรกิจ มันจึงต้องใช้เวลา...ในการเรียนรู้... และฝึกฝนทักษะต่างๆเหล่านี้...อย่างมาก... ตลอด 6 เดือน-1 ปีแรก... รายจ่ายมากมายนั้น...เกิดขึ้นตลอดเวลา... เพราะต้องจ่ายเงิน...เข้าประชุม...เกือบทุกสัปดาห์ สารพัดประชุม...ยิ่งประชุมมาก...ยิ่งเสียเงินมาก... ค่าแต่งตัว...ค่ารักษายอด...ค่าเดินทาง...ค่าอาหาร... ค่าใช้จ่ายในครอบครัว...ฯลฯ ตอนช่วงเริ่มแรก...ผมยังมีทักษะไม่มาก... ผลลัพธ์ที่ได้จึงต่ำ...ทำให้ไม่มีรายได้เข้ามามากพอ... แต่รายจ่ายที่มากมาย...ยังคงต้องจ่ายต่อไป... พอรายชื่อคนรู้จักหมด...ก็ต้องใช้วิธีการที่ได้รับการแนะนำว่าเวิร์ค คือใช้เงิน...ซื้อรายชื่อที่มีราคาแพง... เพื่อนำเอารายชื่อเหล่านั้น...มาโทรชวนและโน้มน้าว... ให้คนเหล่านั้นเข้าร่วมธุรกิจกับผมทุกๆวัน...ขนาดคนที่ผมรู้จักยังแทบชวนไม่ได้เลย.. ...แรก ๆ ยังพอไหว รอว่าคงจะเข้ามีเข้ามา ตามสถิติที่เขาบอกไว้ . แต่แล้วผมกลับโดนปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำอีก... ผมท้อแท้...เบื่อหน่าย...สิ้นหวังและเจ็บปวดขมขื่นมาก... ที่ต้องทนทำ...ในสิ่งที่ผมไม่ได้ต้องการที่จะทำมันเลย... เพื่อที่จะสร้างผลลัพธ์ในธุรกิจ....ให้ได้เหมือนผู้นำทั้งหลายในองค์กร ผมทนทำวิธีการเหล่านี้อยู่ 2 ปีกว่า...ในที่สุดเงินก็หมดลง...ไปต่อไม่ได้... ซึ่งนักธุรกิจเครือข่ายกว่า 99%...ต่างได้รับผลลัพธ์แบบเดียวกับผม... และผมสงสัยเหลือเกินว่า...ทำไม... ทั้งที่ผมก็ทำตามอย่างที่อัพไลน์สอนบอกทุกอย่าง... แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับไม่ได้อย่างที่หวังเลย... ผมเริ่มกังวล...นอนไม่เคยหลับเลย...แทบทุกคืน... เพราะนึกถึงความเป็นอยู่ของครอบครัว...ที่ตกต่ำลงถึงขีดสุดมาถึงแล้ว... ในที่สุดผมจึงตัดสินใจ...เลิกทำธุรกิจนั้น... เพราะคิดว่ามันน่าจะมี...วิธีการที่เวิร์คกว่านี้แน่นอน... ในที่สุดผมก็ได้เจอ...วิธีการ และความลับที่น้อยคนที่รู้ ของผู้ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก...ใช้ในการสร้างธุรกิจเครือข่าย... ในตอนนั้น...ผมรู้สึกเหมือนกับว่า... ผมได้เจอกับแสงสว่าง...ท่ามกลางความมืดมิดทั้งหลายเลย... หนทางที่ผมจะพลิกชีวิตของผมและครอบครัวมาถึงแล้ว คลิกที่นี่เพื่อรับ ฟรี วีดีโอเผยเคล็ดลับที่ทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนแปลง เพราะว่า...ผู้ที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้นั้น เขาสร้างธุรกิจโดยที่ไม่ต้อง...ลิสต์รายชื่อ... ไม่ต้องโทรชวนคนก่อน... แถมผู้คนมากมาย...ต่างขอสมัครทำธุรกิจกับเขาเหล่านั้นเองด้วยซ้ำ... ทุกๆคน...ต่างสร้างดาวน์ไลน์และสร้างรายได้... ได้อย่างมาก...และได้อย่างรวดเร็ว... นี่คือประเด็น...ที่ทำให้ผมตื่นเต้นมาก... เพราะในเวลานั้น...ผมรู้เลยว่า... ผมต้องใช้สูตรแห่งความสำเร็จ...ทันที ผู้ที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักจะตอบว่าตรงกันว่า... !! ถ้าคุณต้องการประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก วิธีการที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จเร็วที่สุดก็คือ.. คุณต้องหาคนที่เป็นต้นแบบแห่งความสำเร็จที่คุณต้องการให้พบ แล้วทำการก๊อปปี้ หรือ โคลน หรือลอกเลียนแบบคนๆนั้นให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น... • คิด ให้เหมือนกับที่เขาคิด • ทำ ให้เหมือนสิ่งที่เขาทำ ถ้าทำแบบนี้ได้ คุณสำเร็จแน่ๆ...การันตี.. ...ผมจึงตัดสินใจก๊อปปี้...การสร้างธุรกิจเครือข่าย... ของผู้ที่ประสบความสำเร็จมากๆ...เหล่านี้ทันที... เพราะเขาเหล่านั้น..ก็เปิดโอกาสให้ผมได้เรียนรู้จากเขาเช่นกัน.. หลังจากที่ผม...ได้เรียนรู้อย่างจริงจัง... และนำเอาสิ่งที่เรียนรู้...มาลงมือทำอย่างจริงจัง... ผลปรากฎว่า... เพราะว่า...ผมไม่ต้องลิสต์รายชื่อ...และผมก็ไม่ต้องเอ่ยปาก... หรือโทรชวนคน...เข้าร่วมธุรกิจอีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว... ผมเชื่อว่า...เรื่องราวความล้มเหลวของผม... ก็คงเหมือนกับหลายๆท่าน... แต่สำหรับเรื่องราวความสำเร็จนั้น... ถ้าคุณต้องการรู้ว่า...วิธีการที่ผมใช้... ในการสร้าง...ธุรกิจเครือข่าย...คืออะไร... คลิกที่นี่เพื่อลงทะเบียนเรียนรู้ได้ ฟรี!! และผมมีความตั้งใจมาก...ที่จะเผยแพร่วิธีการเหล่านี้... เพื่อช่วยเหลือนักธุรกิจ..เครือข่ายขายตรงทุกคน...ให้ได้เรียนรู้... วิธีการสร้างธุรกิจ...ที่สร้างความความแตกต่าง...ได้ในเวลาข้ามคืน... ไม่ต้องการพลาดโอกาสในครั้งนี้
 
 
เคดิสมาจาก email ชวนทำธุรกิจในเมลส่วนตัวผม เป็นแนวคิดและการนำเสนอที่มีประโยชน์เลยเอามาให้อ่านเป็นอุธาหรณ์เท่านั้นครับ 
 

Friday, February 7, 2014

ตามหา iMacros for Firefox 8.3.0 ใช่มั้ย

 สำหรับคนที่กำลังตามหาเจ้านี้อยู่น่ะครับ ลองดูว่าใช่หรือเปล่าครับ
iMacros for Firefox 8.3.0  ผมก็เพิ่งหาเจอเหมือนกันครับเลยเอามาให้เพื่อนๆได้ลองว่าใช่หรือเปล่า

คลิ๊กตามนี้

https://addons.mozilla.org/en-us/firefox/addon/imacros-for-firefox/versions/?page=1#version-8.3.0

ลองกันเองน่ะครับ

ขายโปร ออโต้โพส ในกลุ่ม .facebook.com

  
ขายโปร ออโตโพสกลุ่ม .facebook.com ในราคาที่คุณก็เป็นเจ้าของได้ไม่แพงครับ (ขายโปรอย่างเดียว) ต้องไปติดตั้งเองเพราะ มีวีดีโอและรายล่ะเอียดให้จนครบ สนใจแอดมาคุยได้ครับ สำหรับคนที่ทำงานออนไลย์ แต่เบื่อที่จะต้องมาโพสมือเอง เราช่วยคุณได้ครับ จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดกาล..
แอดมาคุยได้ครับ https://www.facebook.com/PURSE227

Thursday, February 6, 2014

3 Necessary Tools for the High Rolling Affiliate Marketer




Although affiliate marketing is touted as one
of the easiest and most effective ways to
earn money online, it is not as easy as it sounds. The wise affiliate marketer plans every action and executes it the best way he can. He should also maximize the potential to earn by utilizing the right tools necessary for a successful Affiliate Marketing business. We have consulted some of the most successful affiliate marketers in the business and below are the top three necessary tools for a successful affiliate marketing business.

Important Tool #1: Your Own Website
The most important and indispensable tool in Affiliate Marketing is your own website. The first step in any successful affiliate marketing business is building a good, credible and professional looking website. Your website is the jump off point of all your marketing efforts. Thus, you must first build a user-friendly website, which will appeal to your prospects and encourage them to click on the links to the products and service you are promoting and make a purchase. Therefore, you must first concentrate your efforts in building a website that will cater to what your prospects need.

The most important thing you should consider is that almost all web users go online to look for information, not necessarily to go and buy something. Above all else, make your website full of original, relevant and useful content. People will love articles that are appealing and helpful. Keep in mind that, in the internet, content is still king and good quality content will not only build your credibility, it can also help you achieve a higher search engine ranking. By posting relevant and useful articles, you establish yourself as a credible expert in the field, making you a more trustworthy endorser of the product or service you promote. Establishing a good reputation is a good step in building up a loyal consumer base.

Important Tool #2: Incentives

Competition is extremely tight in the internet world. You must always be one-step ahead of your rivals to ensure that you capture a significant share of your target market. Therefore, you must use every possible means to encourage people not only to visit your site but also to click and proceed to the websites of the products and services you are promoting. Building an opt-in email list is one of the best ways to gather prospects. Offer a newsletter or an e-zine. Better yet, offer incentives to your prospects to encourage them to subscribe to your newsletters. You can present free softwares, access to exclusive services and other freebies that will be helpful to your prospects.

Important Tool #3: Link Popularity

The importance of driving highly targeted traffic to your website cannot be emphasized enough. The all-important web traffic is at the top of the list of the most important entities in the internet world. Attracting people to your site should be the first step you should carry out. Do everything to achieve a high search engine ranking. Link Popularity is one of the factors that search engines use to determine search engine rankings. Therefore, to enhance your link popularity, you must launch an aggressive reciprocal link campaign.

One of the best ways to do this – at no cost at all – is by submitting articles, with your website's link at the resource box, to e-zines and free article sites. You will not only gain exposure, you will also have the opportunity to advertise for free, just include a link back to your site. The more sites you submit your articles to, the better your link popularity is. Make your articles original, relevant and useful so that more websites will pick it up and post it.

These are but three of the many tools that an affiliate marketer can use to maximize earning potential. The possibilities are endless and are limited only by your imagination, creativity, resourcefulness and determination. You can always explore other ideas and adapt other strategies, which you think might help you become a high rolling affiliate marketer.



What does it take to become a successful Affiliate Marketer? What are the ingredients of an affiliate marketing success story?
 Is there a shortcut to Affiliate Marketing glory? All these questions play around in the minds of affiliate marketers who
 want to make it big in this business.



ธุรกิจออนไลน์ระดับมืออาชีพ

Thursday, January 30, 2014

Passive Income Vs อิสรภาพทางการเงิน



ผมเชื่อว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังสับสนกับนิยามอันทรงพลังของสองคำฮิตในโลกการเงินปัจจุบัน

Passive Income หรือ รายได้จากทรัพย์สิน หมายถึง รายได้ที่ก่อเกิดจากทรัพย์สินที่เราสร้างหรือครอบครอง อาทิ ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารการเงิน (หุ้น พันธบัตร กองทุนรวม ฯลฯ) เป็นต้น

เป็นรายได้ในรูปแบบ "กระแสเงินสด" ที่เราได้รับต่อเนื่อง โดยไม่ต้องทำงานตลอดเวลา ไม่ต้องทำงานทุกวัน (ไม่ทำอะไรเลยแล้วได้เงิน ... ไม่มีนะครัช) ต่างจากรายได้ประเภทเงินเดือนหรือค่าจ้าง ที่หยุดทำไม่ได้ หยุดทำก็จะไม่มีรายได้

ว่ากันว่า ... ถ้ามี Passive Income มากกว่ารายจ่ายรวมในแต่ละเดือน ก็จะมีอิสระทางเวลา (ตามนิยามนั่นแหละ)

ส่วน "อิสรภาพทางการเงิน" หรือ Financial Freedom ผมหมายความเอาเองว่า คือ การมีชีวิตที่มีอิสระทางความคิด ไม่มี "เงิน" เป็นเครื่องพันธนาการ

ไม่ทำอะไรเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว หรือตัดสินใจอะไร ก็ต้องเอา "เงิน" เป็นตัวตั้ง ทำงานนี้เพราะได้เงินมาก ไม่ทำงานนั้นเพราะเงินน้อย

ด้วยเหตุของนิยามแบบนี้ ทำให้ผมมองว่า โจทย์ที่แท้จริงของอิสรภาพทางการเงิน คือ "ความคิด" ไม่ใช่เงิน หรือ รายได้จากทรัพย์สิน

เพราะต่อให้คุณเป็นพนักงานประจำ แต่ถ้าคุณเลือกทำงานนั้นด้วยตัวเอง ด้วยใจรัก ด้วยความชอบ ไม่เบื่อ ไม่บ่น ทำงานสนุกทุกวันเหมือนไม่ทำงาน เล่นทำซะเกินเงินเดือนตลอด แถมรายได้ก็ยังพอเก็บ พอกิน พอสะสม ...

แบบนี้ก็อาจเรียกได้ว่ามีอิสรภาพทางการเงินแบบไม่ต้องมี passive income ได้เหมือนกัน (แต่มีก็น่าจะดีกว่าใช่มั๊ย 555)

ไม่ได้มาคัดค้าน หรือตั้งประเด็นถกเถียงเรื่องเงินๆทองๆ เพียงแต่อยากจะนำเสนอวิธีคิดว่า อิสรภาพทางการเงิน บางครั้งมันก็ไม่ได้เป็นอะไรที่ไกลเลย

มันเริ่มที่ "ความคิด" ที่เป็น "อิสระ" จากพันธนาการของคุณที่สร้างขึ้นเองนั่นแหละ............




จำที่มาไม่ได้แต่เอามาให้อ่านก่อนนอนครับ
Sahawut        

ติดตามทีมงานต่อได้ที่นี้ครับ Click

Wednesday, January 29, 2014

4Marketing (MLM)4แนวทางการแสวงหาผู้มุ่งหวัง



    ถึงทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าข้อความหรือความคิดทางมาร์เกตติ้งของคุณถูกส่งผ่านสื่อ ดิจิตอลไม่มากก็น้อย แต่เมื่อคุณต้องปรับตัวเข้าสู่การตลาดบน Twitter Facebook Pinterest หรือ Instagram แล้ว กลยุทธ์ในการสื่อสารก็ต้องปรับตัวและการหาความรู้เรื่องธรรมชาติของโซเชีย ลมีเดียถือเป็นเรื่องจำเป็น ต่อไปนี้เป็นทิปแล็กน้อยที่ช่วยมือใหม่ในการตรวจแผนมาร์เกตติ้งบนโซเชียลเน็คเวิร์กว่าพอจะไปได้หรือยัง

1. ศึกษาว่าใครเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพของคุณ

การเดาและการคิดเอาเอง (ภาษาวัยรุ่นเรียก “จิ้น”) ว่ากลุ่มผู้รับสารของคุณเป็นใครนั้นไม่ healthy ต่อธุรกิจของคุณอย่างแน่นอน ลองสุ่มเข้าไปเช็คลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บของคุณว่าเขาเป็นคนอย่างไร จะสามารถติดต่อได้อย่างไร และมีใครเป็นเพื่อนบ้างบนโลกโซเชียลเนคเวิร์ก เมื่อศึกษาระยะหนึ่งคุณจะสามารถบอก common characteristic หรือลักษณะบุคลิกร่วมบางอย่างของผู้บริโภคและนำมันไปเป็นฐานในการวิเคราะห์ data ต่างๆ ในอนาคต

2. ส่งสารให้ที่เหมาะสมกับบริบทของผู้รับสาร

ลองเว้าไปซื่อๆ ว่าทำไมลูกค้าของคุณถึงเกิดไอเดียอยากร่วมธุรกิจกับคุณขึ้นมา ทำไมคุณถึงชนะคู่แข่ง คำตอบของพวกเขาจะมีคีย์เวิร์ดให้คุณทราบว่าสินค้าหรือบริการต่อไปของคุณควร ก้าวไปทางไหนและยังอาจบอกจุดอ่อนของคุณที่ต้องแก้ไขในอนาคต นอกจากนี้คุณยังอาจเลียนแบบภาษาที่ลูกค้าใช้เพื่อมาใส่ในงาน digital marketing ชิ้นต่อไป ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย



3. รู้ว่าลูกค้าอยู่ในสังคมแบบไหน

รู้จัก purchasing path (กระบวนการซื้อสินค้าหรือบริการ) ของลูกค้าและเจาะให้ได้ว่าเขานิยมรับข้อมูลจากไหน แหล่งที่คุณจะหาคำตอบนี้ได้มีหลายวิธี เช่น คุณอาจหาทำแบบสอบถามตรงไปหาผู้บริโภคหรือหาข้อมูลทั่วไปในอุตสาหกรรมของคุณ มาเป็นตัวอ้างอิง เมื่อคุณหาทางแทรกเข้าไปอยู่ในแหล่งข้อมูลเหล่านั้นได้ จงทำให้ข้อมูลของตัวเองโดดเด่น น่าเชื่อถือและหาที่อื่นไม่ได้ จำไว้ว่าข้อมูลที่เยินยอหวานเลียนจนน่าคลื่นไส้อาจทำให้ผู้บริโภคปิดหน้า ต่างเว็บเพราะต้องขอเวลาไปอ้วกเสียหน่อย

4. สร้างบทสนทนา
หมดยุคแล้วสำหรับการอ่านสื่อทางเดียว (One way communicated media) ที่ผู้บริโภคไม่สามารถคลายข้อสงสัยอะไรได้ การให้ข้อมูลต่อไปของแบรนด์จะเริ่มอยู่ในรูปของบทสนทนามากขึ้นบน Twitter, Facebook, Forums, Linkedln และอื่นๆ พยายาม engage ผู้บริโภคให้ได้ผ่านบทสนทนาลื่นหู การตอบคำถามที่เคลียร์และจริงใจ สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้คุณขายของได้แล้วยังทำให้แบรนด์ของคุณ be human ขึ้นมาถนัดใจ

Monday, January 27, 2014

Affiliate Marketing Program คือ

       ปัจจุบัน นี้หลายคนนิยมทำเว็บไซต์เป็นของตัวเองกันมากขึ้น เหตุผลหนึ่งเพื่อเป็นหนทางสร้างรายได้ออนไลน์ โดยที่ไม่ต้องลงทุนมาก ที่นิยม กันมากในปัจจุบันก็คือ การเป็นตัวแทนโฆษณาจำหน่ายสินค้าหรือบริการออนไลน์นั่นเอง หรือเรียกกันว่าการทำ Affiliate Marketing การทำธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน เราไม่จำเป็นจะต้องมีสินค้าเป็นของตัวเอง เพียงเราทำหน้าที่แนะนำสินค้า ในรูปของ Link หรือ แบนเนอร์ เท่านั้น ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้วิธีทำการตลาดแบบ Affiliate Marketing ที่ถูกต้องเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้เป็นกอบเป็นกำ
Affiliate marketing คืออะไร
Affiliate marketing คือ อะไร เรียก กันง่าย ๆ ว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้เจ้าของสินค้าหรือบริการนั้น ๆ เราสามารถนำสินค้า ไปขายได้โดยที่เราไม่ต้องลงทุนเลยสักบาท เพียงแต่ลงแรง+ความขยันแค่นั้นเอง ธุรกิจแบบ Affiliate Program มีมานานแล้วในต่างประเทศ และเพิ่งเริ่มมีเข้าีมาในเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี้เอง
Affiliate Program ที่เป็นของไทย นั้นมีมาก แต่ผลตอบแทนถือว่าได้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Affiliate Program ของต่างประเทศ ยังไงก็เป็นเรื่องใหม่และช่องทางในการหาเงินทางเน็ตที่เราต้องศึกษาไว้ เพื่อเราสามารถทำธุรกิจ Affiliate Program ไทยได้ อย่างฟรี ๆ วิธีการทำงาน+ผลตอบแทน อาจจะแตกต่างกันบ้างตามแต่เจ้าของผู้ผลิตสินค้าและบริการรายนั้น ๆ
การทำ Affiliate Program อาจไม่ใช่การขายสินค้าหรือบริการอย่างเดียวแต่อาจต้องมีการวิเคราะห์ตลาด(Marketing Research)
การ เก็บสถิติ ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า การศึกษาพฤติกรรมของลูกค้า และอีกหลายๆด้าน เพื่อให้การทำงานนั้นประสบความสำเร็จ คนที่ทำ Affiliate ถึงเรียกตัวเองว่า Affiliate Marketer เพราะ ได้นำเอาหลักตลาดมาใช้ด้วย
ส่วนประกอบของเว็บไซต์ Affiliate Marketing
- ระบบ LinkID (Link Identifier) เช่นลิ้งตัวอักษร ป้ายโฆษณา ลิ้งค้นหาเป็นต้น เป็นส่วนที่เอาไปโปรโมท เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการ ผ่าน LinkID เราก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นตามข้อตกลง
- ระบบรายงานผลและสถิติต่างๆ ไว้ตรวจสอบ ข้อมูลการขาย เช่นจำนวนคลิ๊ก ค่าคอมมิสชั่นที่ได้รับ เป็นต้น
- ระบบการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้กับตัวแทนโฆษณา อาจจ่ายเป็นเช็ค paypal
- ระบบเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ที่สมัครเป็นตัวแทนโฆษณา เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร อีเมลล์ เว็บเป็นต้น
Affiliate marketing เป็นการตลาดแบบหนึ่ง ซึ่งให้บุคคลทั่วไป สมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย (Affiliate) เมื่อขายสินค้าหรือบริการได้ ก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นเงินจำนวนหนึ่ง คล้ายกับการเป็นนายหน้าขายสินค้า
Affiliate marketing มีข้อดี คือไม่ต้องเสียแรงหาวิธีการโฆษณาสินค้าเอง เนื่องจากมีคนนำสินค้าหรือบริการไปโฆษณาขายให้อยู่แล้ว
การทำ Affiliate marketing ต้องมีเว็บไซต์ ที่เป็นตัวกลางในการทำ Affiliate marketing โดยเฉพาะ
เว็บไซต์พวกนี้ จะรวบรวมบริษัทที่ต้องการโปรโมทสินค้าผ่านระบบ Affiliate ไว้ โดยเปิดให้บุคคลที่สนใจ สมัครเป็นสมาชิก นำสินค้าจากบริษัทเหล่านี้ ไปโฆษณา และเลือกสินค้าและบริการที่ตนเองสนใจจะเป็นตัวแทนโฆษณา นำไปโปรโมท โดยเว็บไซต์ดังกล่าวจะเป็น ตัวกลาง ในการคิดและจ่ายค่าคอมมิชชั่นหรือค่านายหน้าให้ ซึ่งเราเรียกว่า Affiliate Network Provider ตัวอย่างเว็บไซต์พวกนี้เช่น
1. Commission Junction (www.cj.com) เว็บไซต์นี้รวบรวมสินค้าและบริการจำนวนมากจากบริษัทหลายประเภท แยกไว้เป็นหมวดหมู่ เช่นหมึกพรินเตอร์ ของขวัญ ช๊อกโกแล๊ต รวมถึงบริการเช่น เช่าเว็บโฮสติ้ง ค่าคอมมิชชั่นขึ้นกับบริษัท ส่วนใหญ่อยู่ที่ 3-10 เปอร์เซนต์ของ ราคาขาย
2. Click Bank (www.clickbank.com) เว็บไซต์คลิกแบ้งค์เป็นศูนย์รวมการขายสินค้าผ่านระบบ Affiliate ราย ใหญ่ ซึ่งสินค้าและ บริการที่ขายจะเน้นเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หนังสือแบบ E book (อาจจะมาในรูปไฟล์ PDF) โปรแกรมคอมพิวเตอร์หลากหลายประเภท แอนตี้ไวรัส แอนตี้สปายแวร์ เป็นต้น ซึ่งเมื่อผู้ใช่ชำระเงินแล้วสามารถดาวน์โหลดสินค้าไปใช้ได้ทันที บริษัทที่นำสินค้าเข้าขายใน Click Bank ให้ค่าคอมมิชชั่นค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่อยู่ที่ 25-75% ของราคาขาย
3. Amazon (www.amazon.com) ซึ่งมีสินค้าให้เราเลือกนำมาขายได้จำนวนมาก
4. linkshare (www.linkshare.com)

นอกจากนี้ยังมี Affiliate อื่น ๆ เช่น
- 1.Hotels Affiliate ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเรามีหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายห้องพักจากโรงแรมในไทยและหรือ ต่างประเทศ ถ้ามีคนจองห้องพักผ่านเรา ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่น ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เปิดรับสมัคร Hotels Affiliate เช่น
- Agoda (www.agoda.co.th)
- Ido24 (www.ido24.com)

- Affiliate Marketer จะนำสินค้าไปโปรโมทที่ไหน
คำตอบคือ Affiliate Marketer ต้องนำ Link หรือ แบนเนอร์ ไปโปรโมท หรือ โฆษณาสินค้า ซึ่ง วิธีการโฆษณานั้น ขึ้นกับความถนัด ของแต่ละคน ตัวอย่างเช่นการโฆษณาใน
- Google Adwords
- การเขียนเว็บบล๊อก
- การทำเว็บไซต์
- การโฆษณาในเว็บบอร์ด (โดยไม่สแปม)
- การโฆษณาผ่าน Social Network ต่างๆ เช่น Hi5, Facebook, Twitter เป็นต้น
การทำ Affiliate เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการหารายได้ออนไลน์อย่างจริงจัง เนื่องจากมีแบบแผนที่ชัดเจน เป็น
โมเดลธุรกิจที่มีความน่าเชื่อถือ หากทำได้ดีจะสามารถสร้างรายได้เป็นงานประจำได้
- Affiliate Program คืออะไร คือ โปรแกรมการเป็นตัวแทนขายโฆษณาสินค้าหรือบริการ ให้กับบริษัทต่างๆ ที่เปิดรับสมัครตัวแทนจำหน่าย โดยที่ผู้เป็นตัวแทนขายจะได้รับค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทน



- Affiliate Program รับเงินอย่างไร
ขั้น ตอนการสมัครและการจ่ายค่าคอมมิชชั่นของแต่ละบริษัทนั้นจะแตกต่างกันออก ไป เรื่องการจ่ายค่าคอมมิชชั่น โดยส่วนใหญ่จะจ่าย เป็นเช็ค ซึ่งสามารถนำมาขึ้นเงินในธนาคารในประเทศไทยได้ บางเว็บไซต์มีบริการ Direct Deposit ซึ่งจะโอนเงินค่าคอมมิชชั่น ผ่านทาง ธนาคารเข้ามายังบัญชีของเราเลย เช่น CJ, Clickbank เป็นต้น การจ่ายค่าตอบแทนมีหลายรูปแบบ แล้วแต่ข้อตกลงของบริษัท เช่น
1. PPC หรือ Pay Per Click จ่ายตามจำนวนการคลิกแบนเนอร์โฆษณา บริษัทที่เราเป็นตัวแทนจะให้เรานำ แบนเนอร์โฆษณาไปติด ที่เว็บไซต์ของเรา แล้วเราจะได้ค่าตอบแทนเมื่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราได้ click ที่แบนเนอร์ ที่โด่งดังมากก็คือ
Google Adsense https://www.google.com/adsense/login/th
2. PPM หรือ Pay Per Impression หมายถึง จ่ายตามจำนวนคนเห็นโฆษณา เช่น บริษัทผู้ลงโฆษณาจะให้เงินเราเป็นจำนวนหนึ่ง จากการที่เราแสดงแบนเนอร์ครบ 1,000 ครั้ง
3. PPL หรือ Pay Per Lead หมายถึง จ่ายตามจำนวนการแนะนำ เพียงเราแนะนำผู้ชมเว็บไซต์ของเราสมัครสมาชิก, กรอกแบบสอบถาม, ทดลองใช้สินค้า หรือให้ข้อมูลไว้กับผู้ลงโฆษณา หรืออะไรก็ตาม ซึ่งปกติแล้วบริษัทต่าง ๆ จะจ่ายให้ตามรายชื่อที่สมัคร
4. PPS หรือ Pay Per Sale หมายถึง จ่ายตามจำนวนการซื้อสินค้า/บริการ เราจะได้รับค่าตอบแทน ต่อเมื่อเราช่วยบริษัทที่เราเป็นตัวแทนอยู่ขายสินค้าหรือบริการได้ เช่น amazon.com
ปัจจุบันบริษัทคนไทยหลายแห่งได้หันมารับสมัครตัวแทนจำหน่ายสินค้าหรือ บริการออนไลน์กันมาก
และผู้ใช้งาน Internet หลายคน คงเคยผ่านการทำ Affiliate Program มา บ้างแล้ว เช่น Web Hosting ต่างๆ , CJ และ ClickBank ซึ่งเป็นลักษณะของการโปรโมทสินค้า เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าหรือบริการ ผ่าน LinkID เราก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นตามข้อตกลงของบริษัทนั้นๆ


ขอบคุณที่ติดตามอ่านน่ะครับ

sahawut MarketingAffiliate

Saturday, January 25, 2014

ทุกวันนี้มูลค่าทางธุรกิจ online และการทำงานจากที่บ้าน มีมูลค่ารวมสูงที่สุดในโลก


สวัสดีครับ เพื่อนๆ พบกันอีกครั้งนะครับ

เพื่อนๆยังจำกันได้ไหมครับ ตอนที่เราได้พบกันครั้งแรก ผมสัญญาว่าจะนำบทความหนึ่งเกี่ยวกับนวัตกรรมแห่งโลกอนาคตฉบับเต็ม
ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน วันนี้ผมขอทำตามสัญญาที่ให้ไว้เลยละกันนะครับ
สำหรับเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านใน หน้านี้ แสดงว่า เพื่อนๆเองก็มีความสนใจ ในการสร้างธุรกิจ Online ขึ้นมาบ้างแล้วใช่มั้ยครับ แต่ใจเย็นๆครับ ก่อนที่ผมจะพูดถึงตัวธุรกิจนั้น
"ผมจะขอพูดถึงเรื่อง trend
และกระแสนิยมในการสร้างรายได้ในยุคปัจจุบันก่อน"
          ทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป เร็วมากๆ เคยมีผู้เชี่ยวชาญด้านพยากรณ์ธุรกิจ ได้พยากรณ์ไว้ว่า ในปี 2000 – 2010 จะเป็น ทศวรรษแห่งการดูแลสุขภาพ ผู้คนทั่วโลกจะหันมาใส่ใจกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ทำให้เกิดธุรกิจในการดูแลสุขภาพ เกิดขึ้นบานเป็นดอกเห็ดอย่างที่เพื่อนๆเห็น และหลังจากนั้น ในปี 2010 – 2050 จะเป็นยุคแห่งการทำเงินบน internet
แต่วันนี้สิ่งที่เหล่า GURU ( ผู้เชี่ยวชาญ ) ต่างได้คาดการณ์ไว้ มันมาเร็วกว่าที่คิดครับ ( เหมือนภาวะโลกร้อนเลยมาเร็วกว่า ที่คิดมาก)
         เพื่อนๆลองหันกลับไปมองสักนิดนะครับว่า ทุกวันนี้เราสามารถทำอะไร ต่อมิอะไรได้มากมายผ่าน internet ได้ เริ่มตั้งแต่ เรียน online ต่อมาก็พูดคุย Online และการธนาคาร online ก็เข้ามามีบทบาทเช่นกัน อย่างที่บอกนะครับว่า "โลกเปลี่ยนไปเร็วมาก" เคยมี GURU ท่านนึง พยากรณ์ไว้ว่า ธนาคาร online จะเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตอนปี 2010 แต่สังเกตุดูครับ ปี 2009 ธนาคาร online เริ่มเข้ามามีบทบาทกับผู้ใช้ Internet ถึง 40% แล้ว (ผมมีบทความจากต่างประเทศมาฝากครับ)
แนวโน้มการคาดการณ์ด้านอินเตอร์เน็ตในอนาคต (บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อปี 2002)

ปี 2004 ร้อยละ 30 ของบ้านทั่วโลกจะมีเคเบิล สายต่ออินเตอร์เน็ตที่ควบคุมไปทั่ว

ปี 2006 ร้อยละ 30 ของธุรกรรมในภาคเอกชนจะทำผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ปี 2007 ร้อยละ 30 ของภาพยนตร์ เกมส์ ตลอดจนความบันเทิงรูปแบบต่างๆ จะขายทางอินเตอร์

เน็ต ร้อยละ 30ของการเงินการธนาคารจะทำทางอินเตอร์เน็ตและในปีเดียวกันนี้การขายสินค้า ทาง

อินเตอร์เน็ตจะมีการเก็บภาษีการขายใน ประเทศใหญ่ๆ ทั้งหมด

ปี 2008 โปรแกรมความรู้หรือโปรแกรมด้านการศึกษาจะถูกส่งผ่านไปยังเป้าหมายที่เป็นนิสิตนัก

ศึกษาหรือผู้ใช้ต่างๆ ได้ตามต้องการร้อยละ 30

ปี 2009 จะมีระบบรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ที่ทำให้เกิดความมั่นใจของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก และ

ร้อยละ 30 ของประชากร

ทั่วโลกจะมีโทรศัพท์มือถือหรือเครื่อง PDA ที่สามารถต่อเข้าที่อินเตอร์เน็ตได้

ปี 2010 ร้อยละ 30 ของสิ่งพิมพ์หนังสือต่างๆ จะขายทางอินเตอร์เน็ต การจ่ายค่าทะเบียนรถ หรือ

ค่าน้ำค่าไฟต่างๆ จะจ่าย

ทางอินเตอร์เน็ต รวมถึงสินค้าและบริการต่างๆ จะขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ปี 2012 การทำธุรกรรมในที่ชนบทในที่ทุรกันดาร จะสามารถทำได้ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และ

การส่งข้อมูลทาง

อินเตอร์เน็ตผ่านสัญญาณดาวเทียม และร้อยละ 30 ของการเลือกตั้งจะทำผ่านอินเตอร์เน็ต โดย

ผ่านตู้เลือกตั้งคล้าย ATM

ที่คนสามารถไปลงคะแนนเสียงได้

ปี 2014 การเรียนทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตจะเป็นวิธีการสอนหลักถึงร้อยละ 30 ในรายวิชาในระดับ

มหาวิทยาลัย

ปี 2015 ร้อยละ 30 ของการสั่งจ่ายยาหรือการออกใบสั่งให้มีการทดสอบทางการแพทย์จะมีทาง

อินเตอร์เน็ต

ปี 2016 ร้อยละ 30 ของประชากรจะมีโอกาสได้สัมผัสกับเทคโนโลยีเสมือนจริงในรูปของความ

บันเทิง ฯลฯ

นอกจากนี้ยังคาดว่า ปี 2016 "ร้อยละ 90 ของคนทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารแค่ไหนจะมี

อินเตอร์เน็ตใช้" ส่วนเรื่องที่กำลังมีการเคลื่อนไหวในองค์กรต่างๆ และมีการนำไปใช้ ซึ่งคาดการณ์

ว่าจะเกิดผลกระทบแน่แน่นอนในอนาคต คือ

1) เรื่อง Speech recognition คือการเข้าใจเสียงมนุษย์ของคอมพิวเตอร์

2) เรื่อง Smart computer ที่มีความสามารถสูงขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างมาก เช่น Hyper Smart computer ที่สามารถตรวจสอบ

ความบกพร่องของตัวเองได้ หรือมีความเร็วสูงมากๆ ซึ่งเกิดขึ้นแล้ว รวมไปถึงพวกทีวีจอแบน และ

หุ่นยนต์ทั้งหลายซึ่ง

จะเป็นประชากรกลุ่มใหม่ในโลกซึ่งภายใน 4-5 ปีจะมีการใช้แพร่หลายกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้แนว

โน้มของสังคมโลก

นอกจากจะถูก อิทธิพลของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ตควบคุมมากขึ้นแล้ว สังคมใน

ทศวรรษยังมีความเป็นพลวัตร มีความสลับซับซ้อน และความไม่แน่นอนสูง และคาดว่าจะเกิด

เปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลในสังคมโลกอันเนื่องมาจาก กระแสโลกาภิวัตน์

นี่คือ เวลาของการสร้างอาชีพและรายได้ผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างแท้จริง ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ อีก

ต่อไป ถึงเวลาปฏิวัติการสร้างงานบนอินเตอร์เน็ตอย่างจริงจังที่สุด ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา จาก

ความสำเร็จที่มีมากกว่า 20 ปีของต่างประเทศวันนี้ คนไทยเรากำลังจะก้าวไปอีกขั้นของการสร้าง

รายได้ให้เป็นกอบเป็นกำผ่าน อินเตอร์เน็ต 100% เพราะอัตราการเติบโตของอินเตอร์เน็ตใน

ประเทศไทยกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

"ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่ไม่ควรมองข้าม"
    
การเติบโตของธุรกิจ online ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด (ไปเร็วกว่าที่คิดไว้มาก) และข้อมูลที่น่าตกใจอยู่ตรงนี้ครับเพื่อนๆ
ทุกวันนี้มูลค่าทางธุรกิจ online และการทำงานจากที่บ้าน
มีมูลค่ารวมสูงที่สุดในโลก

และเศรษฐีหน้าใหม่ที่ติดอันดับโลกตั้งแต่อายุน้อยๆก็มาจาก ธุรกิจ online ครับ
"เนื่องจากธุรกิจ Online สามารถช่วยให้เพื่อนๆ ทำเงินได้ในขณะที่เพื่อนๆหลับ"
ยังไงหล่ะครับ ตอนที่เราหลับ อีกซีกหนึ่งของโลกก็ยังคงตื่น และทำรายได้มหาศาล
เหมือนที่ GURU หลายๆท่านบอกเลยครับ
"ถ้าเราสามารถเซต ธุรกิจ online ให้ดี
เราก็จะทำเงินได้ไปตลอดชีวิต"
ผมหวังว่าเกร็ดความรู้เรื่อง "กระแสนิยมในการสร้างรายได้ในยุคปัจจุบัน" จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆทุกคนนะครับ ในโลกทุกวันนี้ก้าวไปเร็วมาก การที่จะตามให้ทำเป็นการอยากแต่การที่จะคงอยู่ในโลกอยากยิ่งกว่า ดังนั้นการเปิดใจสู่โลกอินเตอร์เน็ตโลกโซเซียลเน็ตเวิค จึงสำคัญในชีวิตของเราทุกวัน

แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้าครับ  เรียบเรียงใหม่ (2014) 

Friday, January 24, 2014

การขายตรงแบบหลายชั้น หรือ ธุรกิจเครือข่าย

การขายตรงแบบหลายชั้น     (Multi- Level Marketing หรือ MLM) หรือ ธุรกิจเครือข่าย (Network Marketing) เป็นการตลาดต่อๆกันเป็นเครือข่ายหลายชั้น ผู้ขายเป็นนักขายอิสระ ไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัท เรียกว่าเป็น นักธุรกิจอิสระ นักธุรกิจเครือข่าย สมาชิก หรือ ทีมเมมเบอร์ มีหลายแบบขึ้นอยู่กับแผนการตลาดได้แก่ แบบไบนารี่ แบบยูนิเลเวล แบบไตรเซ็บ แบบเมตริกซ์ แบบดูอัลลีเนียร์ และแบบผสม โดยนักธุรกิจเครือข่าย สามารถสร้างรายได้จากการทำงาน 3 วิธีรวมกัน คือ
  1. รายได้เริ่มต้น ผลกำไรจากการขายปลีก ซึ่งเป็นผลต่างระหว่างต้นทุนสินค้าที่ซื้อมาจากบริษัทกับราคาขายปลีกที่ได้ ขายสินค้าหรือบริการให้กับผู้บริโภค
  2. รายได้สร้างทีม คอมมิชชั่นหรือส่วนลดตามระดับยอดขายของสินค้าหรือบริการที่มีการสั่งซื้อ (เพื่อบริโภคหรือเพื่อขายให้กับผู้ขายคนอื่นต่อๆไป) จากผู้ขายที่ได้ชักชวนเข้ามาสมัครร่วมธุรกิจในทีมขาย หรือที่เรียกว่า "สปอนเซอร์" ในระดับเป็นชั้นต่อๆไป
  3. รายได้ผู้นำ คอมมิสชัน หรือส่วนลด ผู้นำ เช่นเปอร์เซนต์จากยอดขายกลุ่ม รางวัลเงินสดจ่ายครั้งเดียว กองทุนต่าง ๆ เช่นกองทุนท่องเที่ยว หรือกองทุนรถยนต์ เป็นต้น
จะเห็นได้ว่า หลักการของระบบการตลาดหลายชั้นคือ การที่นักธุรกิจเครือข่ายได้รับผลตอบแทนทั้งจาก รายได้เริ่มต้นที่ตนเองขายปลีก และผลตอบแทนจากการขายซึ่งเกิดขึ้นเมื่อนักขายในกลุ่มของตนชวนมาร่วมกันขาย จนมียอดขายรวมเป็นก้อนใหญ่ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้เกิดโอกาสในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีขีด จำกัด ซึ่งเกิดจากการสปอนเซอร์หรือชักชวนผู้อื่นมาเข้าร่วมธุรกิจอันทำให้ระบบการ ตลาดหลายชั้นเป็นระบบที่มีศักยภาพสูงสุดในการขายตรงปัจจุบัน

ที่มาจาก wikipedia///http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%87

E-business คืออะไร

E-business คือ?

E-business คืออะไร E-Business นั้น คือ การดำเนินกิจกรรมทาง “ธุรกิจ”ต่างๆ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยการใช้คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารและอินเทอร์เน็ต เพื่อทำให้กระบวนการทางธุรกิจ มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของคู่ค้า และลูกค้าให้ตรงใจ และรวดเร็วและเพื่อลดต้นทุน และขยายโอกาสทางการค้า และการบริการ เมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลจะมีคำศัพท์ที่ได้ยินบ่อยๆ อาทิ
BI=Business Intelligence:
การรวบรวมข้อมูลข่าวสารด้านตลาด ข้อมูลลูกค้า และ คู่แข่งขัน

EC=E-Commerce:


เทคโนโลยีที่ช่วยทำให้เกิดการสั่งซื้อ การขาย การโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ต

CRM=Customer Relationship Management:
การบริหารจัดการ การบริการ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจกับทั้งสินค้า บริการ และ บริษัท – ระบบ CRM จะใช้ไอทีช่วยดำเนินงาน และ จัดเตรียมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการบริการลูกค้า

SCM=Supply Chain Management:
การประสาน ห่วงโซ่ทางธุรกิจ ตั้งแต่แหล่งวัตถุดิบ ผู้ผลิต ผู้จัดส่ง ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก จนถึงมือผู้บริโภค

ERP=Enterprise Resource Planning:

กระบวนการของสำนักงานส่วนหลัง และ การผลิต เช่น การรับใบสั่งซื้อการจัดซื้อ การจัดการใบส่งของ การจัดสินค้าคงคลัง แผนและการจัดการการผลิต– ระบบ ERP จะช่วยให้ประบวนการดังกล่าวมีประสิทธิภาพและลดต้นทุน